PCUPrimary Care Unit · Agentic AI
ความเป็นมา

ประวัติโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

เส้นทางกว่า 130 ปีของหน่วยบริการสุขภาพระดับตำบลไทย จาก “โอสถศาลา” สมัยรัชกาลที่ 5 สู่ “รพ.สต.” และการถ่ายโอนสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดในปัจจุบัน พร้อมกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายสาธารณสุขและฝ่ายปกครองท้องถิ่น

2439–2474 · โอสถศาลา 2475–2519 · สุขศาลา & สถานีอนามัย 2520–2541 · สาธารณสุขมูลฐาน 2542–2551 · กระจายอำนาจ & บัตรทอง 2552–2561 · ยุค รพ.สต. 2562–ปัจจุบัน · ถ่ายโอน & ดิจิทัล
พ.ศ. 2439 – 2474

ยุคโอสถศาลา — จุดกำเนิดบริการสุขภาพในหัวเมือง

รัฐเริ่มจัดบริการยาและการรักษาให้ราษฎรนอกเขตพระนครเป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2439–2445 รัชกาลที่ 5

ตั้ง “โอสถศาลา” ในหัวเมือง

รัฐจัดตั้งโอสถศาลาในหัวเมืองต่าง ๆ เช่น พิษณุโลก อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และปราจีนบุรี เพื่อจำหน่ายยาราคาถูกให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกล ถือเป็นต้นแบบแรกของสถานบริการสุขภาพระดับท้องถิ่นของไทย แต่ในระยะแรกส่วนใหญ่ต้องยุติลงเพราะประสบปัญหาขาดทุน

พ.ศ. 2456

ฟื้นโอสถศาลาขึ้นใหม่

มีการจัดตั้งโอสถศาลาขึ้นใหม่ โดยขยายบทบาทจากการจำหน่ายยาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การบำบัดรักษาโรคควบคู่ไปด้วย

พ.ศ. 2461 27 พฤศจิกายน

สถาปนา “กรมสาธารณสุข”

จัดตั้งกรมสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกที่งานสาธารณสุขของประเทศมีหน่วยงานกลางรับผิดชอบโดยตรง และเป็นจุดเริ่มต้นของการวางระบบบริการหน้าด่านในระดับพื้นที่

พ.ศ. 2475 – 2519

ยุคสุขศาลาและสถานีอนามัย — วางโครงข่ายทั่วประเทศ

เปลี่ยนชื่อและจัดชั้นบริการ พร้อมก่อตั้งกระทรวงสาธารณสุข

พ.ศ. 2475

โอสถศาลา → “สุขศาลา”

เปลี่ยนชื่อเรียกเป็นสุขศาลา และแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ สุขศาลาชั้นหนึ่ง ที่มีแพทย์ประจำ และ สุขศาลาชั้นสอง ที่ไม่มีแพทย์ประจำ ซึ่งสุขศาลาชั้นสองนี้เองคือรากของสถานีอนามัยในเวลาต่อมา

พ.ศ. 2485 10 มีนาคม

ก่อตั้งกระทรวงสาธารณสุข

รวมงานด้านการแพทย์และงานสาธารณสุขเข้าไว้ในกระทรวงเดียวกัน ทำให้การขยายสถานบริการในชนบทเป็นระบบมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดโครงสร้างบริหารแบบรวมศูนย์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกทบทวนในยุคกระจายอำนาจภายหลัง

พ.ศ. 2495

สุขศาลาชั้นสอง → “สถานีอนามัยชั้นสอง”

ยกระดับและเปลี่ยนชื่อสุขศาลาชั้นสองเป็นสถานีอนามัยชั้นสอง เป็นการวางรากฐานหน่วยบริการประจำตำบลที่ใช้ชื่อนี้ต่อเนื่องยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

พ.ศ. 2515

ใช้ชื่อ “สถานีอนามัย” อย่างเป็นทางการ

ยุบการแบ่งชั้นและเรียกรวมกันว่าสถานีอนามัย ซึ่งกลายเป็นชื่อที่ประชาชนคุ้นเคยที่สุด และเป็นที่มาของคำเรียกบุคลากรว่า “หมออนามัย”

พ.ศ. 2520 – 2541

ยุคสาธารณสุขมูลฐาน — สุขภาพดีถ้วนหน้า

รับแนวคิดสากลมาสร้างกลไกอาสาสมัครในหมู่บ้าน

พ.ศ. 2520–2524 แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4

นำแนวคิด “การสาธารณสุขมูลฐาน” (PHC) มาใช้

ไทยรับหลักการจากปฏิญญาอัลมา-อาตา (Alma-Ata, ค.ศ. 1978) มาบรรจุในแผนพัฒนาการสาธารณสุขแห่งชาติ โดยตั้งเป้าหมาย “สุขภาพดีถ้วนหน้าในปี 2543”

เกิดกลไกภาคประชาชนที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย คือ ผู้สื่อข่าวสาธารณสุข (ผสส.) และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งทำงานเคียงข้างสถานีอนามัยมาจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. 2535–2539

โครงการทศวรรษแห่งการพัฒนาสถานีอนามัย

รัฐทุ่มงบประมาณปรับปรุงอาคารสถานที่และครุภัณฑ์ของสถานีอนามัยทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานกายภาพให้พร้อมรองรับบริการที่หลากหลายขึ้น

พ.ศ. 2542 – 2551

ยุคกระจายอำนาจและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

วางกฎหมายถ่ายโอนภารกิจ และเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินทั้งระบบ

พ.ศ. 2542

พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ พ.ศ. 2542

กฎหมายฉบับนี้คือ รากฐานทางกฎหมายของการถ่ายโอน รพ.สต. สู่ท้องถิ่น โดยกำหนดให้รัฐถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้มีคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ (ก.ก.ถ.) จัดทำแผนขั้นตอนการถ่ายโอน

พ.ศ. 2544–2545

นโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” — หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

สถานีอนามัยถูกกำหนดบทบาทเป็น ด่านแรก (gatekeeper) ของระบบ พร้อมเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินเป็นแบบ เหมาจ่ายรายหัว (capitation) ผ่านเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (CUP)

อย่างไรก็ตาม งบประมาณส่วนใหญ่ยังบริหารรวมอยู่ที่โรงพยาบาลชุมชนซึ่งเป็นแม่ข่าย ทำให้สถานีอนามัยมีอิสระทางการเงินจำกัด — เป็นประเด็นที่ส่งผลต่อการถ่ายโอนในเวลาต่อมา

พ.ศ. 2551

ถ่ายโอนสถานีอนามัยล็อตแรก 15 แห่ง

เริ่มถ่ายโอนจริงเป็นครั้งแรกจำนวน 15 แห่ง ไปยัง อบต. 3 แห่ง เทศบาลตำบล 11 แห่ง และเทศบาลเมือง 1 แห่ง เป็นการทดลองระบบก่อนขยายผลในระยะถัดไป

พ.ศ. 2552 – 2561

ยุค รพ.สต. — เปลี่ยนกระบวนทัศน์สู่การส่งเสริมสุขภาพ

ยกระดับสถานีอนามัยทั่วประเทศพร้อมกัน

พ.ศ. 2552

ยกระดับสถานีอนามัยเป็น “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล”

รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย ประกาศยกระดับสถานีอนามัยทั่วประเทศราว 9,810 แห่ง ขึ้นเป็น รพ.สต. ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

เจตนารมณ์คือเปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก “ตั้งรับรักษาโรค” มาเป็นการดูแลครบ 4 มิติ — ส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู — เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่ และให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพใกล้บ้าน

มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 408/2552 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2552 แต่งตั้งคณะทำงานติดตามและสนับสนุนนโยบายดังกล่าว

พ.ศ. 2555

แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งสนับสนุนการพัฒนา รพ.สต.

จัดสรรงบลงทุนต่อเนื่องเพื่อพัฒนาอาคาร ครุภัณฑ์ และศักยภาพบริการของ รพ.สต. ทั่วประเทศ

ข้อสังเกตเชิงนโยบาย — นักวิชาการด้านระบบสุขภาพจำนวนหนึ่งประเมินว่า การยกระดับปี 2552 เป็นการเปลี่ยนแปลง “เชิงสัญลักษณ์” มากกว่า “เชิงโครงสร้าง” เนื่องจากอำนาจบริหารงบประมาณและกำลังคนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่แม่ข่าย ซึ่งเป็นแรงผลักสำคัญให้เกิดการถ่ายโอนสู่ท้องถิ่นในเวลาต่อมา
พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน

ยุคถ่ายโอนสู่ท้องถิ่นและระบบสุขภาพดิจิทัล

กฎหมายปฐมภูมิฉบับแรก การถ่ายโอนครั้งใหญ่ และการเชื่อมข้อมูลทั้งประเทศ

พ.ศ. 2562 30 เมษายน

ประกาศใช้ พ.ร.บ. ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562

กฎหมายเฉพาะฉบับแรกของไทยที่ว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 30 เมษายน 2562 และมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 90 วันนับจากวันประกาศ

สาระสำคัญคือกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิจาก แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ร่วมกับ คณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ สหวิชาชีพ กำหนดให้ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่าย และให้มีระบบข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมโยงกันเพื่อการดูแลอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดหน้าที่รักษาความลับผู้รับบริการและจัดระบบส่งต่อเมื่อจำเป็น

พ.ศ. 2564 5 ตุลาคม

ประกาศ ก.ก.ถ. เปิดทางถ่ายโอน รพ.สต. สู่ อบจ.

คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกประกาศหลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการถ่ายโอนขนานใหญ่

พ.ศ. 2566 เริ่ม 1 ต.ค. 2565

ถ่ายโอนครั้งใหญ่ที่สุด 3,263 แห่ง

ถ่ายโอน รพ.สต. จำนวน 3,263 แห่ง (ราว 33% ของทั้งประเทศ) ไปสังกัด อบจ. 49 แห่ง พร้อมบุคลากรที่แสดงความประสงค์ถ่ายโอนรวมประมาณ 21,899 คน (ข้าราชการ 12,037 คน และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข/ลูกจ้าง 9,862 คน)

มี อบจ. 6 จังหวัดที่รับถ่ายโอนครบ 100% ในรอบแรก ได้แก่ มุกดาหาร หนองบัวลำภู ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ปราจีนบุรี และสุพรรณบุรี

พ.ศ. 2567

ถ่ายโอนรอบต่อเนื่อง 934 แห่ง

ถ่ายโอนเพิ่มอีก 934 แห่ง (ราว 9.5%) โดยไปสังกัด อบจ. 933 แห่ง และ อบต. 1 แห่ง จำนวน อบจ. ที่รับถ่ายโอนเพิ่มเป็น 62 แห่ง

พ.ศ. 2568 1 มกราคม

“30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ครบ 77 จังหวัด

หลังนำร่อง 4 จังหวัดแรก (แพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด นราธิวาส) ตั้งแต่ 7 มกราคม 2567 นโยบายขยายครอบคลุมทั่วประเทศตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ประชาชนใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารับบริการได้ทั้งในและข้ามจังหวัดโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว

นโยบายนี้ทำให้ การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยบริการกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป และในปีเดียวกันมีการถ่ายโอน รพ.สต. เพิ่มอีก 256 แห่ง

9,878
รพ.สต. ทั้งประเทศ
ข้อมูล ณ 5 ต.ค. 2567
4,537
ถ่ายโอนสู่ท้องถิ่นแล้ว
คิดเป็น 45.93%
5,341
ยังสังกัด สธ.
คิดเป็น 54.07%
15
จังหวัดที่ อบจ. รับครบ 100%
สะสมถึงปี 2567
ระบบสองสังกัดในปัจจุบัน — ปัจจุบัน รพ.สต. ไทยอยู่ภายใต้สองสังกัด คือ กระทรวงสาธารณสุข และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (กำกับผ่านกระทรวงมหาดไทย) ทำให้การบริหารบุคลากร งบประมาณ และระบบข้อมูล ต้องประสานข้ามสังกัดอย่างใกล้ชิด

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ครอบคลุมทั้งฝ่ายสาธารณสุขและฝ่ายปกครองท้องถิ่น

พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542

มหาดไทย / ท้องถิ่น

กฎหมายแม่บทของการถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขสู่ท้องถิ่น

  • กำหนดให้ถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัย/รพ.สต. ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ตั้งคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ (ก.ก.ถ.) เป็นผู้จัดทำแผนและขั้นตอน
  • เป็นฐานอำนาจของประกาศ ก.ก.ถ. ฉบับต่าง ๆ ที่ใช้ถ่ายโอนจริงตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา

พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

สาธารณสุข

วางระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและกลไกการเงินที่ รพ.สต. ใช้อยู่

  • ตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นผู้จ่ายเงินให้หน่วยบริการ
  • กำหนดให้ประชาชนลงทะเบียนกับหน่วยบริการประจำ โดย รพ.สต. เป็นด่านแรก
  • ใช้ระบบเหมาจ่ายรายหัวผ่านเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (CUP)

พ.ร.บ. ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562

สาธารณสุข

กฎหมายเฉพาะฉบับแรกว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ — ประกาศราชกิจจานุเบกษา 30 เมษายน 2562 มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 90 วัน

  • นิยาม “บริการสุขภาพปฐมภูมิ” ว่าเป็นการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่แรก และต่อเนื่อง ครอบคลุมส่งเสริม ป้องกัน วินิจฉัย รักษา ฟื้นฟู
  • ให้ประชาชนมีสิทธิได้รับบริการจากแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวร่วมกับคณะผู้ให้บริการสหวิชาชีพ
  • ให้ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ
  • กำหนดหน้าที่บันทึกข้อมูลสุขภาพ รักษาความลับผู้รับบริการ และจัดระบบส่งต่อ

ประกาศ ก.ก.ถ. เรื่องหลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ให้แก่ อบจ. (5 ตุลาคม 2564)

สธ. + ท้องถิ่น

ประกาศที่เปิดทางให้เกิดการถ่ายโอนขนานใหญ่ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566

  • กำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และกรอบเวลาการถ่ายโอน รพ.สต. สู่ อบจ.
  • กำหนดแนวทางการถ่ายโอนบุคลากรตามความสมัครใจ
  • เป็นฐานให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นออกแนวปฏิบัติด้านโครงสร้างอัตรากำลังและงบประมาณตามมา

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)

ใช้กับทุกสังกัด

กำกับการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลสุขภาพซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหว

  • ข้อมูลสุขภาพจัดเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ต้องอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือฐานทางกฎหมายอื่นที่กำหนดไว้
  • ผู้รับบริการมีสิทธิเข้าถึง ขอแก้ไข ขอลบ และถอนความยินยอมได้
  • หน่วยบริการต้องมีมาตรการความปลอดภัยและบันทึกการเข้าถึงข้อมูล

พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

สาธารณสุข

วางกรอบสิทธิด้านสุขภาพและกลไกนโยบายสุขภาพแบบมีส่วนร่วม

  • รับรองสิทธิของบุคคลในการได้รับข้อมูลและตัดสินใจเกี่ยวกับบริการสุขภาพของตน
  • มาตรา 12 รองรับการทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับบริการที่ยืดการตายในวาระสุดท้าย (พินัยกรรมชีวิต)
  • กำหนดให้ข้อมูลสุขภาพของบุคคลเป็นความลับ

แหล่งอ้างอิง

รวบรวมจากเว็บไซต์หน่วยงานและสื่อด้านนโยบายสุขภาพที่เกี่ยวข้อง สืบค้นเมื่อสิงหาคม 2569

  1. สมาคมหมออนามัย — 5 ทศวรรษระบบสุขภาพปฐมภูมิไทย: จากสถานีอนามัยสู่การถ่ายโอน รพ.สต. · mohanamai.or.th
  2. Thai PBS — รู้จัก “โอสถศาลา” หรือ “สถานีอนามัย” สู่ “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล” · thaipbs.or.th
  3. HealthServ — ภาพรวมถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. สู่ปกครองท้องถิ่น 2551–2568 · healthserv.net
  4. HealthServ — ระบบสุขภาพปฐมภูมิของไทย พ.ศ. 2562 · healthserv.net
  5. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร — พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 · library.parliament.go.th
  6. Hfocus — สรุปสถานการณ์ “ถ่ายโอน รพ.สต.” จากปี 2542 จนถึงปัจจุบัน · hfocus.org
  7. Hfocus — สรุปเส้นทางการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ไปสู่ อบจ. · hfocus.org
  8. กรมประชาสัมพันธ์ — คิกออฟ 30 บาทรักษาทุกที่ เฟส 4 ครอบคลุมทั่วประเทศ 1 มกราคม 2568 · prd.go.th
  9. กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ (กสป.) กระทรวงสาธารณสุข — พ.ร.บ. ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 · sites.google.com/site/primarycarecluster2017
  10. 101 PUB — ‘ช่องว่าง’ ระหว่างการถ่ายโอน รพ.สต. · 101pub.org